Skip to content
Hi
Hi
ข้อแตกต่างของกล้องวงจรเเต่ละแบบของ WATASHI

ข้อแตกต่างของกล้องวงจรเเต่ละแบบของ WATASHI

เชื่อว่าหลายท่านที่กำลัง จะตัดสินใจติดตั้งกล้องวงจรปิด เมื่อได้อ่านสเปคตัวกล้องวงจรปิดกันแล้ว อาจจะมีสับสนกันบ้างแหละ ว่ากล้อง IR คืออะไร Star Light เป็นแบบไหน Full Color แตกต่างกันยังไง แล้วจะติดแบบไหนดี ซึ่งวันนี้ WATASHI มีคำตอบมากฝากทุกท่านกัน รับรองอ่านบทความนี้จบ คุณจะสามารถเลือกกล้องวงจรปิดที่เหมาะสมกับคุณได้อย่างแน่นอน ตามมาดูกันเลยครับ

กล้องวงจรปิดแบบ Day/Night  คือ กล้องวงจรปิดที่สามารถใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน หากใช้เวลากลางคืนจำเป็นต้องมีแสงเล็กน้อย เพื่อให้กล้องวงจรปิดสามารถที่จะมองเห็นภาพได้ ถ้าไม่มีแสงไฟแม้แต่เล็กน้อยให้กับตัวกล้อง ภาพก็จะมืดสนิท เนื่องจากกล้องไม่มี อินฟราเรด ช่วย

ข้อดี คือ ไม่จำกัดระยะทางจากตัวกล้อง

ข้อเสีย คือ ไม่สามารถใช้ในที่มืดสนิทได้

กล้องวงจรปิดแบบ Infrared (IR Camera) 
ใช้แสงจากหลอดอินฟราเรดส่องไปกระทบวัตถุ เพื่อให้กล้องจับภาพบริเวณนั้นๆได้
อินฟราเรดจะทำงานเมื่อสภาวะแสงบริเวณนั้นน้อยลงในระดับหนึ่ง โดยจะมี sensor ที่ด้านหน้าของกล้องตรวจวัดระดับแสง
แล้วจะส่งสัญญาณให้หลอดอินฟราเรดทำงาน และเมื่อหลอดอินฟราเรดทำงานภาพจะเปลี่ยนเป็นขาว-ดำ ทันที

ข้อดี สามารถมองเห็นภาพได้จากในที่ที่มืดสนิท เพราะได้แสงช่วยจากหลอดอินฟราเรดส่องไปที่วัตถุ ปัจจุบันเทคโนโลยีสูงขึ้นด้วยระบบ Smart IR
ข้อเสีย มีความร้อนสูงเมื่ออินฟราเรดทำงาน
มีข้อจำกัดเรื่องระยะส่องของอินฟราเรด (IR Distance) ถ้าวัตถุอยู่ไกลเกินระยะแสงอินฟราเรดก็จะไม่สามารถมองเห็นได้

กล้องวงจรปิด Star Light

Star light CCTV การทำงานคล้ายๆ กับกล้อง Day & Night แต่พิเศษกว่าตรงที่สามารถให้ภาพสีในเวลากลางคืน แม้จะมีแสงเพียงเล็กน้อยก็ตาม

ข้อดี คือ ให้ภาพสีในเวลากลางคืน แสงจากดวงจันทร์เพียงพอต่อการทำงาน ความร้อนน้อย
ไม่จำกัดเรื่องของระยะทางที่ตัวกล้องจะจับภาพได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับเลนส์ที่ใช้
ข้อเสีย คือ เมื่อใช้ในที่มืดสนิทมากๆ ภาพจะตัดเป็นขาวดำ

การเลือกใช้งาน : ควรคำนึงตามความเหมาะสมของสถานที่/บริเวณ/สิ่งที่ต้องการจับภาพ ถ้าบริเวณที่จะติดตั้งมืดสนิทไม่มีแสงใดๆ เลย
และระยะไม่ไกลมากแนะนำให้ใช้กล้องอินฟราเรด ส่วนบริเวณที่ที่มีแสงสว่างบ้างต้องการคุณภาพของภาพสูงควรเลือกใช้กล้อง Day & Night
หรือ Star Light

กล้อง Full Color เมื่ออยู่ในสภาวะที่ไม่มีแสงจะมีหลอดไฟให้ความสว่างโดยแสงที่เข้ามาช่วยนี้จะเป็นแสงสีขาวและสีเหลือง ซึ่งแสงนี้จะส่งผลให้ภาพเป็นสีตลอดเวลา

การทำงานของกล้อง Full Color

▪ ระดับแสงต่ำสุดที่มองเห็นอยู่ที่ประมาณ 0.01

▪ ไม่มีอินฟาเรด / ไม่มีระบบ IR-Cut

▪ มีระบบ Smart LED สามารถปรับได้แค่ 2 โหมดคือ Auto ซึ่งหลอดไฟจะถูกเปิดในขณะที่แสงน้อย และ Manual ซึ่งจะปิดแสงไปเลย ซึ่งจะแตกต่างกันแค่ความสว่างเท่านั้น แต่ภาพก็ยังเป็นสีเช่นเดิม

Previous article กล้อง IP คืออะไร ประกอบด้วยอะไรบ้าง
Next article 5 สถิติจุดเสี่ยง เกิดอัคคีภัยมากที่สุด ย้อนหลัง 30 ปี